รีวิวหนัง : Ghostbusters : มนุษย์ป้า…ล่า ท้า ผี !

เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในตำนานหนังสยองขวัญ+คอมเมดี้เลยก็ว่าได้ สำหรับ Ghostbusters บริษัทกำจัดผี ที่เคยสร้างความสนุกบนจอเงินมาแล้วเมื่อปี 1984 และภาคสองในปี 1989 มาถึงปีนี้ (27 ปีผ่านมา) ผู้กำกับพอล ฟีก ก็ได้นำเค้าโครงเรื่องแสนสนุกนี้กลับมาปัดฝุ่นรีเมกอีกครั้ง โดยดัดแปลงให้แก๊งปราบผีเวอร์ชั่นนี้เป็นหญิงล้วน รีวิวซีรี่ย์เกาหลี

Ghostbusters ในคราวนี้เล่าถึงก๊วนสาวรุ่นเกือบดึก อีริน กิลเบิร์ท (รับบทโดย คริสเตน วิ้ก) , แอ๊บบี้ เยทส์ (รับบทโดย เมลิสซา แม็คคาร์ธีย์) และจิลเลี่ยม โฮลทซ์แมน (รับบทโดย เคท แม็คคินนอน) 3 สาวผู้มีความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และปรารถนาจะใช้วิทยาศาสตร์อธิบายการมีอยู่ของสิ่งที่เรียกว่า ผี ให้ได้สักครั้ง ด้วยเหตุนี้พวกเธอจึงร่วมทีมกับสาวใหญ่ผิวสี แพตตี้ โทแลน (รับบทโดย เลสลีย์ โจนส์) พนักงานรถไฟใต้ดินที่เคยประสบปรากฏการณ์ทางวิญญาณ ก่อตั้งบริษัทกำจัดผีในมหานครนิวยอร์ก และที่สำคัญพวกสาว ๆ ยังได้จ้างหนุ่มหุ่นเซี้ยะแต่ไร้กึ๋นสุด ๆ อย่าง เควิน (รับบทโดย คริส เฮมส์เวิร์ธ) มาร่วมงานในตำแหน่งโอเปอเรเตอร์อีกด้วย

ในช่วงต้นเรื่องหนังจะเล่าถึงที่มาที่ไปของการก่อตั้งบริษัทกำจัดผี โดยสร้างปมความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร อีรินและแอ๊บบี้ โดยเหตุการณ์ดำเนินไปเรื่อย ๆ อย่างค่อนข้างเนือยนิ่ง จนกระทั่งเข้าสู่โหมดการบุกตะลุยกำจัดผีที่จู่ ๆ มู้ดแอนด์โทนของเรื่องก็กระชากขึ้นมารวดเร็วฉึบฉับจนความง่วงหายเป็นปลิดทิ้ง ! ยิ่งเมื่อรวมกับพล็อตที่เข้าใจง่าย สีสันที่ฉูดฉาดของตัวละครผี และการเชื่อมโยงสาเหตุที่ ‘เหล่าคุณผีข้ามมิติมา’ เข้ากับปมของอีรินและแอ๊บบี้ได้อย่างแนบเนียน หนังในช่วงครึ่งหลังจึงเปรียบเหมือนไพ่ตายที่ทำให้ภาพรวมของหนังดูดีขึ้นมาทันตาเห็น

ถึงแม้ว่าบริษัทกำจัดผีเวอร์ชั่นนี้จะเปลี่ยนภาพลักษณ์ของเหล่าฮีโร่ปราบผีให้เป็นหญิงล้วน ทว่าเสน่ห์ของหนังที่มีมาตั้งแต่ปี 1984 ยังคงอยู่ ไม่ว่าจะเป็นรถ Ecto-1, โลโก้บริษัทกำจัดผี และผีเมือกเขียวจอมตะกละ Slimer นอกจากนี้บรรยากาศในเรื่องหลาย ๆ อย่างยังชวนให้รู้สึกถึงความวินเทจที่แฝงอยู่ในยุคปัจจุบัน อย่างเช่นการจัดออฟฟิศที่ไม่เน้นความหรูหราหรือระบบระเบียบใด ๆ หากแต่มีลักษณะเป็นที่วางสุม ๆ กันของเครื่องมือที่โฮลทซ์แมนประดิษฐ์ สะท้อนถึงความเป็นนักวิทยาศาสตร์แต่ไม่ใช่ศิลปินของเธอได้เป็นอย่างดี (อุปกรณ์ที่เธอสร้างก็มีดูแข็ง ๆ ทื่อ ๆ ไม่ประณีตสวยงาม)

สำหรับตัวละครที่จัดอยู่ในกลุ่มผู้ขโมยซีนยอดเยี่ยม ได้แก่อดีตเทพเจ้าสายฟ้าฟาดอย่าง คริส เฮมส์เวิร์ธ ที่ต้องสลัดคราบนิ่ง ๆ ขรึม ๆ มาเป็นหนุ่มตีมึนทำงานไม่เป็นโล้เป็นพาย ซึ่งโดยปกติแล้วตัวละครประเภทนี้มักเป็นตัวละครลับที่จะเผลอพูดคำแนะนำดี ๆ หรือเข้ามาช่วยแก้สถานการณ์คับขันได้อย่างคาดไม่ถึง ทว่าหนังเรื่องนี้ผู้กำกับพอล ฟีก กลับซ้อนแผนตลบหลังผู้ชมด้วยกลยุทธ์ ‘ง่าวแบบไหน…จบเรื่องก็ง่าวแบบนั้น’

สิ่งสำคัญที่สะท้อนผ่านภาพยนตร์เรื่องนี้ก็คือเรื่องมิตรภาพ ความเชื่อใจและยินดีให้ความช่วยเหลือแก่กันในยามประสบปัญหานี่แหละที่เป็นเครื่องหมายของการเป็นเพื่อนแท้ที่ชัดเจนที่สุด


Comments