ได้มีโอกาสดูหนังรอบสื่อมวลชนเรื่อง มหา’ลัยสยองขวัญ วันอังคารที่ผ่านมา (20 ต.ค.52) ใจจดจ่อเพราะตั้งใจแต่แรกแล้วว่าต้องเป็นหนังที่น่ากลัวแน่นอน!! เพราะมันเป็นหนังที่ทำมาจากเรื่องเล่าในตำนานตามมหาวิทยาลัยชื่อดังต่างๆ ทั่วเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นตำนานลิฟท์แดงของม.ธรรมศาสตร์, ศาลในห้องน้ำหญิง ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง,? หรือ ป๊อก…ป๊อก…ครืด?? ม. เชียงใหม่ และอีกหลากหลายตำนานที่เล่าขานกันมา ซึ่งบางเรื่องราวกำลังจะถูกลืม…แต่บางเรื่องกลับยังติดหูกันจนทุกวันนี้
เรื่องราวต่อจากนี้อาจมีบางส่วนเผยเนื้อในของหนัง สำหรับท่านที่จะรับชมภาพยนตร์ขอเตือน!!! ว่าไม่ควรอ่านอย่างแรง
ธีมหลักของเรื่อง มหา’ลัย สยองขวัญ น่าจะเป็น ความน่ากลัวของเรื่องราวแต่ละเรื่องที่ผู้กำกับ 2 หนุ่ม (บรรจง สินธนมงคลกุล และ สุทธิพร ทับทิม) พยายามถ่ายทอดออกมาให้เราได้ดูกัน วิธีการนำเสนอเรื่องราวเป็นการใช้ตัวละครหลัก “เป้ย ปานวาด” รับบท “หมวย” นักศึกษาจากภาคเหนือที่เข้ามาฝึกงานอยู่กับมูลนิธิกู้ภัย เป็นคนนำพาคนดูไปสู่เรื่องเล่าสยดสยองในแต่ละสถานที่ ซึ่งคนขวัญอ่อนไม่ควรดูโดยเด็ดขาด!!! ถือว่าเป็นความพยายามจัดเรียงร้อยเรื่องเล่าให้กลายเป็นหนึ่งเดียว แต่ทว่ายังคงขาดความแม่นยำในการผูกเรื่องราวไปสักหน่อย แต่โดยรวมถือได้ว่าไม่น่าเกลียด เพราะยังสามารถทำให้คนดูได้มีส่วนร่วมเอาใจช่วยตัวละครในตำนานให้สามารถรอดพ้นจากภูตผีปีศาจตามสถานที่ต่างๆในตำนาน ทั้งๆ ที่ก็รู้อยู่ว่าจุดจบของแต่ละตำนานเป็นอย่างไร รีวิวหนังเอเชียเก่าและใหม่
ในหนังสยองแทบทุกเรื่องสิ่งที่จะขาดไม่ได้เลยก็คือเสียงประกอบ ดนตรีประกอบ ที่จะต้องกระชากอารมณ์ กระชากใจคนดูทุกครั้งที่กำลังลุ้น ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเสียงประกอบยังไม่เด็ดขาดเท่าที่ควร เหมือนยังกั๊กๆกลัวๆไม่กล้าปล่อยพลังเสียงออกมาเต็มที่ แต่เรื่องราวก็คงดำเนินไปไม่ได้ถ้าขาดนักแสดงที่ดี คงต้องบอกว่าในเรื่องนี้นักแสดงแทบทุกคนแสดงได้ดี ไม่ว่าจะเป็น หนึ่ง-ชลัฏ ที่รับบทเป็นลูกน้องแก๊งค์ค้ายามาตามทวงเอายาส่วนที่เหลือจาก จ๊ะ-อธิศ ที่ในเรื่องรับบท ป้อน หนุ่มนักศึกษา ผู้ซึ่งนำพาให้พวกเขาไปพบกับผีในตำนานศาลในห้องน้ำหญิง ซึ่งต้องบอกว่านักแสดงกลุ่มนี้แสดงได้ดีจริง หลอนจริง น่ากลัวจริง จังหวะจะโคนการลำดับภาพของเรื่องเล่านี้ทำได้ดีเลยทีเดียว ยกเว้นผีที่แต่ละคนได้เจอตอนประตูลิฟท์เปิด และอีกที่ที่อยากตำหนินิดหน่อยสำหรับหนังเรื่องเล่านี้คือการแก้ปัญหาของคนกลุ่มนี้ที่คิดสั้นไปนิด เพราะโดยส่วนตัวแล้วคิดว่ามันน่าจะมีทางออกที่ดีกว่าภาพที่หนังนำเสนอออกมา
แต่สำหรับเรื่องเล่าของศพในห้องดับจิต ต้องขอบอกว่านักแสดงหน้าเป็นทะเล้นจนได้เรื่อง เล่นได้ดีมากต้องยกนิ้วให้เลย แต่เหมือนเดิมตรงตอนจบเรื่องเล่า บทสรุปมันง่ายไปสักหน่อยมั้ย เหมือนทางผู้กำกับจะหาทางออกไม่ได้เลยใส่มุกนี้เข้าไปแทน เหมือนให้มันจบๆไป หรืออาจจะเป็นความตั้งใจที่อยากจะจบแบบหักมุมหรือเปล่า?
โดยรวมในเนื้อหนังเรื่องนี้คิดว่า เป้ย น่าจะทำอะไรได้มากกว่าที่เห็น น่าเสียดายที่บทบาทของเป้ยไม่ค่อยเด่นเท่ากับนักแสดงคนอื่นๆที่ได้แสดงความสามารถกันอย่างที่เรียกได้ว่าล้นหลาม โดยเฉพาะ เมื่อต้องมาเล่นคู่กับ? แอนนา รีส ที่รับบทเป็นสา รูมเมทเดียวกับเป้ย ที่สามารถปล่อยอารมณ์การเล่นออกมาได้อย่างเต็มที่ เลยเป็นเรื่องที่น่าเสียดายสำหรับเป้ยที่การแสดงน้อยไปสักหน่อย ถึงแม้ว่าฉากที่เป้ยออกมาจะมีมากก็ตามที แต่ในการโยงเรื่องราว เข้าใจว่าทางทีมงานพยายามนำเสนอว่า? เป้ย ในเรื่องเป็นคนที่มีสัมผัสที่หก สามารถสื่อสารกับวิญญาณได้ และหลังจากนั้นเป้ยก็เลยกลายเป็นคนที่พาคนดูไปสู่เรื่องเล่าเรื่องที่เหลือต่อไป
Comments
Post a Comment