THE LABYRINTH ดึกตึกผี เป็นภาพยนตร์สยองขวัญจากเกาหลีใต้ที่ดัดแปลงมาจากเกม White Day เล่าเรื่องในพื้นที่ของโรงเรียนพุทธแห่งหนึ่งที่เหมือนเป็นที่กักเก็บวิญญาณและคำสาปสยองทั้งหมดจนทำให้เกิดเรื่องประหลาดขึ้นที่นี่มากมาย ‘ฮีมิน’ เป็นเด็กนักเรียนชายคนใหม่ของโรงเรียนแห่งนี้ เขาคือทายาทคนล่าสุดของนักปราบผีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เกาหลีใต้ (แต่เขาไม่รู้เลยว่าตัวเองมีพลัง) ที่กำลังจะได้มาร่วมเผชิญหน้ากับปีศาจที่สิงสู่โรงเรียนแห่งนี้อยู่พร้อมกับเพื่อนรุ่นเดียวกันอีกหลายคน!
การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้เอาจริงๆ ออกแนวครึ่งผีครึ่งคนครับ เป็นหนังที่คุณภาพการเล่าเรื่องกระท่อนกระแท่นมาก อาจเป็นครั้งแรกๆ เลยที่ผมกล้าพูดว่าผู้กำกับดูไม่เก่งเท่าไหร่ครับ ซึ่งก็เข้าเค้ากับการกำกับหนังยาวเรื่องแรก ผู้กำกับไม่สามารถคุมความลื่นไหลของเนื้อเรื่องได้เลย อย่างแรกเลยคือตัวเนื้อหาหนังเนี่ยเหมือนจะมีมากเกินครับ ซับซ้อน และมีตัวละครมากมาย แต่ตัวบทก็มิวายพยายามยัดทุกอย่างลงในหนังเรื่องเดียวให้ได้ ทำให้การเล่าเรื่องนั้นมีเรื่องติดขัดตลอด ไม่เป็นธรรมชาติ ดูมั่วและวุ่นวาย ขณะเดียวกันความต่อเนื่องของหนังก็ต่ำ ทั้งจังหวะการเล่า และการกระทำของตัวละครก็ดูผิดแปลกจากธรรมชาติไปหมด วิธีการตัดลำดับเรื่องก็ค่อนข้างแย่ ดูมึนงงไปหมด บางเรื่องน่าจะเล่าให้ชัดเจนกว่านี้ได้ก็ไม่เล่า บางเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องเล่าก็ไม่รู้ใส่มาทำไม ปวดหัว รีวิวหนังแอคชั่น หนังบู๊มันๆ
การแสดงสำหรับเรื่องนี้ก็ดูไม่ได้ดีมากเหมือนกันครับ ซึ่งอาจจะต้องวนกลับไปเรื่องผู้กำกับที่ไม่เก่งอีกแหละครับ และต้องพ่วงด้วยบทภาพยนตร์เองที่ไม่ดีนัก ทำให้นักแสดงหลายคนเล่นแข็งทื่อ หลายคนทำท่าทางประหลาด และชอบทำสีหน้าท่าทางอันเป็นเอกลักษณ์ของนักแสดงเกาหลีใต้ทุกคนมาตลอด (ถ้าดูซีรีส์เกาหลีมานานจะเข้าใจครับ อย่างเวลาหมั่นไส้จะต้องกรอกตา หันหน้าไปทางอื่น หรือโกรธแล้วจะต้องแยงฟันอ้าปากกว้าง ทำตาโตชัดเจน อะไรประมาณนี้) ซึ่งผมมองว่านี่เป็นขั้นภาพยนตร์แล้ว ควรจะมีสไตล์และเอกลักษณ์เป็นของตัวเองหน่อยครับ ทำให้สากลนิดนึงก็ยังดี
แต่ถึงจะบ่นมามาก การแสดงบางส่วนของหนังเองก็ทำได้ดีมากครับ โดยเฉพาะสองแม่ลูกที่เป็นตัวร้ายของเรื่องที่แบกเนื้อหาส่วนดราม่าเอาไว้ได้อย่างดี ถึงพริกถึงขิง อันนี้ยกนิ้วโป้งชี้ขึ้นให้ได้แบบสุดตัวเลย
ฉากสยองขวัญดูจะเป็นสิ่งเดียวเลยครับสำหรับฝั่งการเล่าเรื่องที่คาดหวังได้จริงๆ แต่ไม่ใช่เพราะโทนหนังนะ และไม่ใช่เพราะพวกผีทั้งหลายด้วย เพราะงานออกแบบความหลอนนั้นไม่ได้ทำดีนัก แม้แต่เพลงประกอบก็ไม่ได้ช่วย เนื่องจากหนังชอบใช้เพลงประกอบขัดโทนอารมณ์ตัวเองตลอด ใช้เพลงรัวกลองชวนลุ้นอยู่ดีๆ จู่ๆ ก็เบาเพลงลงมาใช้เสียงรองพื้นเงียบๆ แทน มันเป็นอะไรที่ขัดจังหวะกันขั้นสุด สิ่งที่คาดหวังได้เพียงอย่างเดียวในหนังเรื่องนี้คือฉากตกใจครับ อย่างน้อยๆ หนังเรื่องนี้ก็ทำให้ผมสะดุ้งหนักๆ ได้ถึง 2 ครั้งนะ ต่อให้พอรู้จังหวะอยู่แล้วก็ตามว่าจะต้องมีผีมากระแทกใส่หน้ากล้องแน่ๆ แต่ก็ไม่รอดอยู่ดี ถือว่าเป็นส่วนที่ช่วยสูบฉีดเลือดให้ผมได้ดีที่สุดแล้วในเรื่องนี้ อันนี้สุดยอดจริง
โปรดัคชั่นโดยภาพรวมสำหรับเรื่องนี้ก็มีสภาพครึ่งผีครึ่งคนอีกเหมือนกันครับ สิ่งดีของหนังในส่วนนี้คือเรื่องความจัดเต็มในการจัดฉากและการตกแต่งฉากครับ ไม่ว่าจะเป็นฉากห้องโรงเรียนที่เห็นได้ทั่วๆไป ฉากห้องทำพิธีมนต์ดำสุดหลอน ของพวกนี้ทำได้ดี แต่ส่วนที่เหลือของด้านโปรดัคชั่นค่อนข้างจะอยู่ในโซนแย่เลยครับ ไล่ไปตั้งแต่การจัดแสงตอนกลางวันที่จัดจ้านมาก สาดสว่างโล่จนลืมไปเลยว่าเป็นหนังสยองขวัญ ผิดโทนมาก ไหนจะเรื่องการแต่งหน้าทำผมผีบางตัวก็ดูตลกมาก โดยเฉพาะผียามที่เหมือนแค่ทาขอบตาดำแล้วแปะรูตรงตาปลอมๆ ด้วยซีจีไปอีกที แถมแทรคกิ้งก็ไม่ติดอยู่ตลอด ทำให้รูตานั้นไม่เคยอยู่ตรงจุดตามสัดส่วนกะโหลกมนุษย์ ซึ่งคุณภาพของซีจีนี่มีปัญหาทุกช็อตเลยครับ เป็นคุณภาพระดับเดียวกับช่องเจ็ดเมื่อสิบปีก่อน ซึ่งเป็นอะไรที่น่าผิดหวังมากนะสำหรับหนังฉายโรง ขนาดหนังฉายสตรีมมิ่งเราก็ยังแทบจะไม่เห็นซีจีห่วยๆ แบบนี้แล้วเลย

Comments
Post a Comment